เปรียบเทียบมือถือองค์กรและโทรศัพท์พับได้สำหรับงานธุรกิจ
สำหรับธุรกิจไทยที่ต้องพึ่งพาการสื่อสารผ่านมือถือ การเลือกว่าจะใช้สมาร์ตโฟนมาตรฐานแบบมือถือองค์กร หรือขยับไปใช้โทรศัพท์พับได้สำหรับพนักงานกลุ่มสำคัญ กลายเป็นคำถามที่สำคัญมากขึ้น ทั้งในมิติของต้นทุน ความปลอดภัย การดูแลง่าย และภาพลักษณ์แบบมืออาชีพในระยะยาว
การวางกลยุทธ์ด้านมือถือสำหรับองค์กรไม่ได้มีแค่การเลือกยี่ห้อสมาร์ตโฟน แต่หมายถึงการออกแบบทั้งอุปกรณ์ แพ็คเกจสัญญาณ การจัดการความปลอดภัย และประสบการณ์ใช้งานของพนักงาน เมื่อโทรศัพท์พับได้เริ่มได้รับความนิยมในตลาดทั่วไป หลายบริษัทจึงเริ่มตั้งคำถามว่าเหมาะจะนำมาใช้เป็นเครื่องทำงานหลักหรือไม่ เมื่อเทียบกับมือถือองค์กรแบบเดิมที่เน้นเสถียรภาพและต้นทุนที่ควบคุมได้ง่ายกว่า
โซลูชันโทรศัพท์ธุรกิจสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
สำหรับธุรกิจขนาดเล็กในไทย การเลือกโซลูชันโทรศัพท์ธุรกิจมักเริ่มจากการกำหนดจำนวนเบอร์ที่ต้องใช้ ลักษณะการใช้งาน และงบประมาณต่อคนต่อเดือน แพ็คเกจมือถือองค์กรจากผู้ให้บริการมักรวมโทรไม่อั้นภายในกลุ่ม เลือกโควตาอินเทอร์เน็ตต่อซิมได้ และคิดค่าบริการรวมในบิลเดียว ช่วยให้ฝ่ายบัญชีตรวจสอบค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่าใช้เบอร์ส่วนตัวแล้วเบิกเงิน
โซลูชันที่พบได้ทั่วไปคือการใช้สมาร์ตโฟนมาตรฐานระดับกลาง จับคู่กับแพ็คเกจองค์กรแบบรายเดือนที่มีส่วนลดเมื่อเปิดหลายเบอร์ พร้อมบริการเสริมด้านความปลอดภัย เช่น การระงับซิม กำหนดวงเงินใช้จ่ายโรมมิ่ง และมีผู้จัดการลูกค้าองค์กรคอยดูแล ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถวางแผนต้นทุนการสื่อสารได้ค่อนข้างแน่นอนในแต่ละปี
เกินค้าปลีก: ทำความเข้าใจโทรศัพท์มือถือธุรกิจ
มือถือองค์กรไม่ได้ต่างจากมือถือค้าปลีกแค่เรื่องการซื้อในราคายกลัง แต่แตกต่างที่การจัดการในระดับองค์กร ตั้งแต่การตั้งค่ามาตรฐานเดียวกันทุกเครื่อง การติดตั้งแอปธุรกิจภาคบังคับ การล็อกหน้าจอและการเข้ารหัสข้อมูล ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ของแผนกไอที
นอกจากนี้ การรับประกันและบริการหลังการขายยังมักออกแบบมาเพื่อภาคธุรกิจ เช่น ซ่อมด่วนภายในระยะเวลาที่กำหนด มีเครื่องสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม หรือสัญญาบริการแบบต่อเนื่องหลายปี จุดเหล่านี้เป็นมูลค่าเกินกว่าการซื้อมือถือจากหน้าร้านค้าปลีกทั่วไป ที่เน้นการรับประกันเฉพาะเครื่องแต่ไม่รวมการจัดการระดับองค์กรและการสนับสนุนเชิงวางแผนในระยะยาว
โทรศัพท์พับได้เหมาะสำหรับธุรกิจหรือไม่
โทรศัพท์พับได้ดึงดูดสายตาเพราะหน้าจอขนาดใหญ่เมื่อกางออก เหมาะกับการอ่านอีเมลยาว การเปิดสเปรดชีต หรือพรีวิวงานออกแบบ โดยไม่ต้องพกแท็บเล็ตแยกต่างหาก พนักงานที่ต้องพรีเซนต์งานให้ลูกค้าแบบทันทีทันใด หรือผู้บริหารที่ต้องอ่านรายงานจำนวนมาก อาจได้ประโยชน์จากดีไซน์พับได้ที่ช่วยให้ทำงานแบบมัลติทาสก์ได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาในเชิงธุรกิจคือโครงสร้างบานพับและหน้าจอที่ซับซ้อนกว่าเครื่องปกติ ทำให้มีโอกาสเสียหายสูงและค่าซ่อมแพงกว่า รวมถึงราคาตัวเครื่องที่สูงกว่าสมาร์ตโฟนระดับกลางหลายเท่า หากต้องจัดซื้อจำนวนมากงบประมาณจะเพิ่มขึ้นชัดเจน นอกจากนี้ ตัวเครื่องที่หนาและหนักกว่าอาจไม่สะดวกกับพนักงานที่ต้องถือใช้งานตลอดวันหรือทำงานภาคสนาม
การเปรียบเทียบมือถือองค์กรและอุปกรณ์พับได้ในงานจริง
เมื่อมองจากมุมการใช้งานจริง มือถือองค์กรแบบสมาร์ตโฟนปกติยังคงเหมาะกับพนักงานส่วนใหญ่ที่ต้องการเครื่องที่ทน ทดแทนง่าย และค่าใช้จ่ายต่อเครื่องไม่สูงเกินไป เหมาะกับฝ่ายขายภาคสนาม ฝ่ายขายหน้าร้าน พนักงานบริการลูกค้า หรือทีมปฏิบัติการที่ต้องใช้แอปธุรกิจเฉพาะด้านเป็นหลัก
โทรศัพท์พับได้อาจเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้เฉพาะ เช่น ผู้บริหารระดับสูง ทีมขายโครงการที่ต้องพรีเซนต์เอกสารหรือสื่อประชาสัมพันธ์บ่อยครั้ง หรือทีมสร้างสรรค์ที่ต้องตรวจงานออกแบบบนจอขนาดใหญ่กว่าองค์กรอาจเลือกใช้รูปแบบผสม คือให้พนักงานส่วนใหญ่ใช้มือถือองค์กรแบบมาตรฐาน แล้วจัดสรรอุปกรณ์พับได้ให้เฉพาะตำแหน่งที่ได้ประโยชน์เชิงธุรกิจชัดเจน เพื่อควบคุมงบประมาณรวมของฝ่ายไอทีและสื่อสารองค์กร
แนวทางเลือกอุปกรณ์และแพ็คเกจพร้อมตัวอย่างราคา
เมื่อต้องตัดสินใจเลือกระหว่างมือถือองค์กรแบบมาตรฐานกับโทรศัพท์พับได้ ปัจจัยสำคัญคือสมดุลระหว่างฟังก์ชันการทำงานต่อหนึ่งคนต่อเดือน และค่าใช้จ่ายรวมตลอดอายุการใช้งาน โดยทั่วไป ธุรกิจในไทยมักใช้สมาร์ตโฟนระดับกลางคู่กับแพ็คเกจองค์กรจากผู้ให้บริการหลัก ขณะที่โทรศัพท์พับได้จะถูกใช้ในจำนวนจำกัดเพราะราคาตัวเครื่องสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดังตัวอย่างโดยสังเขปต่อไปนี้
| ผลิตภัณฑ์หรือบริการ | ผู้ให้บริการ | คุณสมบัติเด่น | ประมาณค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|---|
| สมาร์ตโฟนระดับกลางพร้อมแพ็คเกจองค์กร | AIS Business | แพ็คเกจรายเดือนสำหรับองค์กร มีส่วนลดตามจำนวนเบอร์ รวมโทรภายในกลุ่ม และอินเทอร์เน็ตต่อซิม | ตัวเครื่องราว 7,000–12,000 บาทต่อเครื่อง แพ็คเกจต่อซิมราว 399–1,299 บาทต่อเดือน ขึ้นกับโควตาอินเทอร์เน็ต |
| สมาร์ตโฟนระดับกลางพร้อมแพ็คเกจองค์กร | True Business | เน้นบริการสื่อสารครบวงจร เชื่อมต่อเบอร์มือถือกับเบอร์สำนักงาน และมีผู้จัดการลูกค้าองค์กรดูแล | ตัวเครื่องราว 7,000–12,000 บาทต่อเครื่อง แพ็คเกจต่อซิมราว 399–1,399 บาทต่อเดือน ขึ้นกับปริมาณการใช้งานเสียงและดาต้า |
| สมาร์ตโฟนระดับกลางพร้อมแพ็คเกจองค์กร | Dtac Business | เน้นแพ็คเกจยืดหยุ่นสำหรับเอสเอ็มอี มีตัวเลือกอินเทอร์เน็ตรวมแชร์กันในกลุ่ม และคิดบิลรวมรายเดียว | ตัวเครื่องราว 7,000–12,000 บาทต่อเครื่อง แพ็คเกจต่อซิมราว 349–1,199 บาทต่อเดือน ขึ้นกับปริมาณดาต้าและบริการเสริม |
| โทรศัพท์พับได้ระดับเรือธงพร้อมแพ็คเกจองค์กร | ผู้ผลิตอุปกรณ์เช่น Samsung ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ในไทย | หน้าจอพับได้ขนาดใหญ่ รองรับการทำงานหลายหน้าต่าง เหมาะกับงานพรีเซนต์และอ่านเอกสารยาว | ตัวเครื่องระดับ 35,000–65,000 บาทต่อเครื่อง ขึ้นกับรุ่นและความจุ แพ็คเกจองค์กรราว 599–1,999 บาทต่อเดือน ต่อซิม ขึ้นกับปริมาณดาต้าและบริการเสริม |
ราคาค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายที่ระบุในบทความนี้เป็นการประเมินจากข้อมูลที่เปิดเผยทั่วไปและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและเปรียบเทียบเงื่อนไขจากผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจด้านการเงินหรือการลงทุน
จากตัวอย่างจะเห็นว่า ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของโทรศัพท์พับได้สูงกว่าสมาร์ตโฟนระดับกลางอย่างมาก ในขณะที่ค่าบริการรายเดือนของแพ็คเกจองค์กรมักอยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน ความแตกต่างด้านงบประมาณจึงส่วนใหญ่อยู่ที่ตัวเครื่องและค่าเสื่อมราคา ซึ่งฝ่ายการเงินควรร่วมกับฝ่ายไอทีประเมินอายุการใช้งานเฉลี่ย ความเสี่ยงในการซ่อม และมูลค่าที่องค์กรได้รับจากฟังก์ชันเพิ่มเติมของจอพับได้
การบริหารความปลอดภัยและการจัดการอุปกรณ์
ไม่ว่าจะเลือกใช้มือถือองค์กรแบบมาตรฐานหรือโทรศัพท์พับได้ ประเด็นด้านความปลอดภัยควรถูกออกแบบตั้งแต่ต้น เช่น การบังคับใช้การล็อกหน้าจอ การเข้ารหัสข้อมูล เครื่องมือจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับติดตั้งหรือลบแอประยะไกล และการจำกัดการใช้แอปส่วนตัวร่วมกับข้อมูลองค์กร โดยเฉพาะบนโทรศัพท์พับได้ซึ่งมักถูกใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัวมากกว่า องค์กรควรกำหนดนโยบายให้ชัดเจนว่าพนักงานสามารถใช้งานด้านใดได้บ้าง
นอกจากนี้ การวางแผนสำรองเครื่องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินก็สำคัญ สำหรับกลุ่มที่ใช้โทรศัพท์พับได้ หากอุปกรณ์เสียหายจากจอหรือบานพับ การซ่อมอาจใช้เวลานานกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป องค์กรจึงควรเตรียมเครื่องสำรองแบบมาตรฐานไว้ เพื่อไม่ให้การทำงานต่อเนื่องของพนักงานสะดุดระหว่างรอซ่อม
สรุปแนวทางสำหรับองค์กรในไทย
องค์กรในไทยที่กำลังพิจารณาเลือกใช้มือถือองค์กรและโทรศัพท์พับได้ควรเริ่มจากการแบ่งกลุ่มผู้ใช้งาน ตามบทบาทและความต้องการด้านหน้าจอ ประสิทธิภาพ และความคล่องตัว สมาร์ตโฟนมาตรฐานระดับกลางผสานกับแพ็คเกจองค์กรยังคงตอบโจทย์การใช้งานส่วนใหญ่ด้วยต้นทุนที่คาดการณ์ได้ง่าย ส่วนโทรศัพท์พับได้อาจใช้เป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากหน้าจอขนาดใหญ่และความสามารถด้านมัลติทาสก์อย่างแท้จริง
เมื่อผสานการวิเคราะห์ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ความเสี่ยงด้านความเสียหาย และความพร้อมของบริการหลังการขาย องค์กรจะสามารถออกแบบนโยบายด้านมือถือที่สมดุลระหว่างความคุ้มค่า ความปลอดภัย และประสบการณ์การทำงานของพนักงานได้อย่างเหมาะสมกับบริบทธุรกิจในประเทศไทย